วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

12 สูตรขจัดคราบดำในร่องยาแนว ให้กลับมาขาววิ้งเหมือนใหม่ !


สูตรทำความสะอาดยาแนวกระเบื้อง เปลี่ยนร่องยาแนวดำ ๆ ให้ขาวเหมือนใหม่ ด้วยส่วนผสมใกล้ตัวที่สามารถหาได้จากในบ้าน ตามไปดูสูตรทำความสะอาดยาแนวกระเบื้องที่เรานำมาฝากกันเลยค่ะ

        คราบสกปรกบนร่องยาแนวกระเบื้องเป็นเรื่องที่ยากจะจัดการ แต่หลังจากนี้มันจะกลายเป็นเรื่องง่ายที่ใคร ๆ ก็ทำเองได้ เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมได้รวบรวมเอาสูตรทำความสะอาดยาแนวกระเบื้องที่จัด ว่าเด็ดมาฝากกันค่ะ รับรองว่าทั้งสะดวก ประหยัด และปลอดภัย เหมาะกับกระเบื้องหลากหลายรูปแบบ แล้วจะรอช้าอยู่ทำไมรีบไปดูกันเลยดีกว่า

1. สูตรไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์

        สูตรนี้เป็นการทำความสะอาดยาแนวแบบฆ่าเชื้อโรคร้ายให้ตายสนิทด้วยส่วนผสมของ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ¼ ถ้วยตวง เบกกิ้งโซดา ½ ถ้วยตวง และน้ำยาล้างจาน 1 ช้อนชา คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วนำไปขัดพื้นกระเบื้องโดยเฉพาะร่องยาแนวดำ ๆ ให้หลุดหายไป เหลือไว้แต่ร่องขาวสะอาดเดินแล้วสบายเท้า

2. สูตรผงซักฟอก


        สูตรนี้ไม่มีส่วนผสมที่ยากเย็นอะไรเลยแค่นำเบกกิ้งโซดา ¾ ถ้วยตวง มาผสมกับน้ำยาซักผ้า ¼ ถ้วยตวง แล้วคนส่วนผสมให้เข้ากันจนมีลักษณะคล้ายเนื้อสครับ จากนั้นนำไปป้ายตามร่องยาแนวกระเบื้องทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วใช้แปรงสีฟันเก่าขัดให้สะอาด ทิ้งไว้อีก 5-10 นาที ใช้ผ้าหนา ๆ เช็ดออกเราก็จะได้พื้นสะอาดดังเดิมกลับคืนมา ที่สำคัญตอนลงมือทำความสะอาดควรใส่ถุงมือ แว่นตา และเปิดประตูกับหน้าต่างเพื่อระบายอากาศด้วยนะคะ

3. สูตรไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (ปกป้องรอยดำที่อาจเกิดขึ้นใหม่)

        หากคราบบนร่องยาแนวมันดูน่ากลัวเกินเยียวยา ลองหันมาใช้สูตรผสมของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ½ ถ้วยตวง น้ำยาล้างจาน 1 ช้อนชา และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์อีก ¼ ถ้วยตวง นำไปทาตามร่องยาแนวที่สกปรกทั้งหมดแล้วทิ้งไว้ 5-10 นาที จากนั้นใช้ฟองน้ำอย่างหนาขัดและเช็ดออกให้เกลี้ยง ล้างน้ำอีกรอบให้สะอาด ทั้งนี้เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำใหม่แนะนำให้ผสมน้ำเปล่ากับน้ำส้มสายชูใน อัตราส่วนที่เท่า ๆ กัน เทใส่ขวดสเปรย์ แล้วฉีดพ่นลงตามร่องกระเบื้องหลังจากทำกิจกรรมต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อย ประมาณสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รอยดำก็จะไม่กล้ามาฝังตัวตามร่องอีกต่อไป

4. สูตรน้ำส้มสายชูเจือจาง

        ต้องขอบอกก่อนเลยว่าถ้ากระเบื้องที่บ้านของคุณเป็นแบบหินอ่อนและหินแกรนิต ไม่แนะนำให้ใช้สูตรนี้เด็ดขาดเพราะน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์รุนแรงในการกัดกร่อน แต่ถ้าเป็นกระเบื้องธรรมดาก็ให้ลงมือผสมน้ำเปล่า 1 ส่วนกับน้ำสายชู 2 ส่วนเพื่อเจือจางให้ฤทธิ์อ่อนลง จากนั้นเทใส่ขวดสเปรย์แล้วฉีดไปตามร่องยาแนว ทิ้งไว้ 15 นาที ใช้ฟองน้ำบิดน้ำหมาด ๆ ซับออกให้เกลี้ยง นำเบกกิ้งโซดาโรยบนพื้นอีกครั้งเพื่อดูดสารตกค้างจากน้ำส้มสายชูให้หมด แล้วใช้แปรงขัดออกอย่างเบามือพร้อมกับชำระล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งก็เรียบ ร้อย 

5. สูตรผงฟอกผ้าขาว

        ผงฟอกผ้าขาวเป็นผลิตภัณฑ์อ่อนโยนและเหมาะกับการทำความสะอาดกระเบื้องแบบ ธรรมดาไปยันหินอ่อนราคาแพง ด้วยวิธีการผสมผงฟอกผ้าขาวกับน้ำอุ่นให้เข้ากัน เทใส่ขวดสเปรย์ แล้วฉีดพ่นลงบนพื้นกระเบื้องและร่องยาแนวสกปรก ทิ้งไว้ 30 นาที หลังจากนั้นให้ใช้แปรงหัวไนลอนขัดออกให้สะอาดและทิ้งไว้อีก 30 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง

6. สูตรผสมน้ำมะนาวขจัดคราบแบบไร้สารเคมี

        สูตรนี้เหมาะกับการทำความสะอาดยาแนวกระเบื้องในพื้นที่กว้าง ซึ่งส่วนผสมมีดังนี้ น้ำเปล่า 7 ถ้วยตวง เบกกิ้งโซดา ½ ถ้วยตวง น้ำส้มสายชู ¼ ถ้วย และน้ำมะนาว 1/3 ถ้วยตวง นำส่วนผสมทั้งหมดมาเทรวมกันแล้วคนให้เป็นเนื้อเดียว ใช้แปรงสีฟันเก่าหรือแปรงขัดทั่วไปจุ่มส่วนผสมข้างต้นแล้วขัดลงบนคราบยาแนว ทิ้งไว้สักพัก ใช้ผ้าสะอาด ๆ เช็ดออกให้เกลี้ยง และใช้ไม้ถูพื้นเช็ดตามอีกรอบ 

7. สูตรโรยเบกกิ้งโซดาและฉีดพ่นด้วยน้ำส้มสายชู

        เริ่มจากโรยเบกกิ้งโซดาลงไปตามร่องยาแนว จากนั้นฉีดพ่นน้ำส้มสายชูทับลงไปอีกครั้งและรอให้มันทำปฏิกิริยาจนกลายเป็น ฟอง จากนั้นป้ายส่วนผสมลงบนร่องยาแนวก่อนขัดให้สะอาด เสร็จแล้วก็ใช้แปรงสะอาดไปจุ่มน้ำกลับมาขัดร่องยาแนวซ้ำอีกครั้ง เช็ดออกด้วยผ้าชุบน้ำหรือใช้ไม้ถูพื้นทำความสะอาดตามอีกครั้ง

8. สูตรสำลีชุบน้ำผสมผงฟอกผ้าขาว

        สำหรับราดำเฉพาะจุดสามารถกำจัดออกได้ โดยนำการนำผงฟอกผ้าขาวมาละลายน้ำให้เจือจาง จากนั้นใช้สำลีชุบจนชุ่มแล้วปิดทับลงไปบนร่องราดำนั้น ๆ ทิ้งไว้ 1 คืน แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด คราบราดำนั้นก็จะหายวับไปกับตา

9. สูตรบอแรกซ์

        กำจัดคราบยาแนวกระเบื้องได้โดยผสมน้ำ 1 ส่วน ผงบอแรกซ์ 1 ส่วน และเบกกิ้งโซดา 2 ส่วน จากนั้นป้ายส่วนผสมลงบนร่องยาแนวกระเบื้อง แล้วใช้แปรงขัดไปตามร่องยาแนวให้สะอาด ล้างออกด้วยน้ำเปล่าและใช้ผ้าเช็ดให้แห้งก็เป็นอันเรียบร้อย

10.  สูตรแอมโมเนีย

        สูตรแอมโมเนียจะคล้ายกับสูตรน้ำมะนาว ซึ่งเราจะใช้ส่วนผสมของแอมโมเนียแทนน้ำมะนาวในปริมาณ ¼ ถ้วยตวง ผสมกับเบกกิ้งโซดา ¼ ถ้วยตวง น้ำส้มสายชู 1/8 ถ้วยตวง และน้ำอุ่นประมาณ 3 ถ้วยตวง คนส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นเทใส่ขวดสเปรย์เพื่อฉีดพ่นลงไปบนร่องยาแนวกระเบื้อง ขัดคราบออกด้วยแปรง ใช้ผ้าหมาด ๆ ชุบน้ำเช็ดออกให้เกลี้ยง ยาแนวกระเบื้องก็จะกลับมาสะอาดเหมือนเดิม

11.  สูตรผงสบู่กำจัดคราบอ่อนโยน

        เป็นการ DIY สูตรทำความสะอาดยาแนวกระเบื้องแบบอ่อนโยน เริ่มจากการนำสบู่สูตรอ่อนโยนหรือสูตรธรรมชาติมาขูดฝอยให้ได้ประมาณ ½ ถ้วยตวง ผสมกับเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วยตวง และน้ำมันหอมระเหย 15-20 หยด แล้วนำไปปั่นให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นเทใส่ขวดโรยเพื่อโรยไปตามร่องยาแนวแล้วใช้ฟองน้ำชุบน้ำบิดหมาด ๆ ขัดตามร่อง ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาดในขั้นตอนสุดท้าย

12. สูตรแอลกอฮอล์

        หากพบราดำบนร่องกระเบื้องเฉพาะจุดหรือพื้นที่เล็ก ๆ แนะนำให้เทแอลกอฮอล์ลงในขวดสเปรย์ แล้วพ่นลงบนคราบราดำโดยตรง ทิ้งไว้สักพัก จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด คราบก็จะหายไป

        อย่าปล่อยให้ร่องยาแนวกระเบื้องบ้านคุณทำให้ขายหน้าแขกที่มาเยี่ยมบ้านเด็ดขาด ลองเลือกสูตรทำความสะอาดร่องยาแนวในห้องน้ำให้กลับมาขาวจั๊วะเหมือนห้องน้ำ ใหม่กันดีกว่า


ขอขอบคุณข้อมูลจาก mycleaningsolutions, practicallyfunctional, familylifegoals, เฟซบุ๊ก Gathered In The Kitchen, makinglemonadeblog, thecraftpatchblog, soaringthroughsecond, JanuaryBride, diynatural และ hubpages

http://home.kapook.com/view142255.html

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

กำจัดรอยขีดข่วนบนพื้นไม้ให้หายวับ ด้วยเทคนิคง้าย...ง่าย !


        พื้นไม้เป็นรอยขีดข่วนจากการเลื่อนของหนัก ๆ ถ้าอย่างนั้นมาดูวิธีซ่อมแซมรอยขีดข่วนบนพื้นไม้ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้เลยค่ะ

         พื้นไม้สวย ๆ ที่บ้านมีอันต้องเสียหาย เพราะดันเผลอลากเฟอร์นิเจอร์หนัก ๆ โดยไม่ระมัดระวัง แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งยกหูโทรศัพท์ตามช่างให้มาเปลี่ยนพื้นไม้แผ่นใหม่ให้ เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีซ่อมแซมรอยขีดข่วนบนพื้นไม้ จากเว็บไซต์ wikiHow มาฝาก รับรองเลยว่าทำง่าย ได้ผลจริง แถมยังช่วยประหยัดสตางค์ได้เยอะเชียวล่ะ ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันดีกว่า


ประเมินความลึกของรอย

         อันดับแรกให้สำรวจความลึกของรอยก่อน หากรอยลึกมากหรือสูญเสียเนื้อไม้ คงต้องเรียกช่างมาเปลี่ยนพื้นไม้แผ่นใหม่จริง ๆ แต่หากรอยไม่ลึกก็สามารถซ่อมแซมด้วยตนเองได้ ด้วยวิธีการที่นำมาฝากดังต่อไปนี้


ซ่อมแซมรอยขีดข่วนที่ไม่ลึกมาก



ทำความสะอาดพื้นก่อน

         เช็ดทำความสะอาดพื้นด้วยผ้าชื้น และทิ้งไว้ให้แห้งสนิทก่อนที่จะเริ่มซ่อมแซม



ปกปิดรอยขีดข่วน

         ปกปิดร่องรอยต่าง ๆ ให้แนบเนียน โดยใช้ปากกาเมจิกแบบลบออกไม่ได้สีใกล้เคียงกับพื้น ระบายลงบนรอย หรือใช้คอตตอนบัดจุ่มสีย้อมไม้แต้มบนรอยชำรุดก็ได้



เกลี่ยสีให้เข้ากัน

         ใช้ผ้าสะอาดถูวนเป็นวงกลมเพื่อเกลี่ยสีให้กลมกลืนกับพื้นไม้

         แต่หากประเมินแล้วรอยขีดข่วนลึกกว่าที่คิด ซึ่งวิธีแรกคงเอาไม่อยู่ ก็ต้องมาดูวิธีนี้เลย

ซ่อมแซมรอยขีดข่วนแบบลึก



ขัดพื้นให้เรียบ

         โดยใช้กระดาษทรายเนื้อละเอียด ขัดตามแนวไม้หรือจะวนเป็นวงกลมก็ได้ โดยขัดให้กว้างกว่ารอยประมาณ 2 นิ้ว



ทำความสะอาดเศษผง

         ใช้ผ้าชื้นเช็ดทำความสะอาดฝุ่นผงจากการขัดให้สะอาด



ปกปิดร่องรอย

         ใช้แปรงทาสีคุณภาพดีแตะสีย้อมไม้ แล้วค่อย ๆ ระบายลงบนตำแหน่งที่เตรียมไว้ จากนั้นใช้ผ้าแห้งถูวนเบา ๆ เพื่อเกลี่ยสีให้เข้าไปในพื้นไม้ และแต้มสีซ้ำจนกว่าพื้นไม้จะดูกลมกลืนจนไม่เห็นรอยจ้า

         ลองเลือกวิธีที่เหมาะสมกับรอยขีดข่วนบนพื้นไม้ที่บ้าน แต่หากทำตามแล้วยังเหลือรอยไว้ให้ดูต่างหน้า ก็อาจต้องโทรเรียกช่างให้มาซ่อมแซมหรือเปลี่ยนไม้แผ่นใหม่ให้แล้วล่ะ ทางที่ดีเลื่อนเฟอร์นิเจอร์หนัก ๆ คราวหน้า ควรหาผ้าขนหนูหนา ๆ มารองไว้ก่อนเริ่มปฏิบัติการ พื้นไม้จะได้ไม่เป็นรอยจนต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่นั่นเองจ้า


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก wikiHow

http://home.kapook.com/view119571.html

วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

10 วิธีลบคราบดินสอสีออกจากผนัง อย่างน่าอัศจรรย์


        วิธีลบคราบดินสอสี หรือรอยสีเทียนออกจากผนัง ถึงแม้ลูก ๆ จะเล่นซนจนผนังเปรอะเปื้อนไปหมด แต่เรามี วิธีลบคราบดินสอสีจากผนัง มาฝากให้แก้ปัญหากันแล้วค่ะ

          เคยไหมที่ลูก ๆ ของคุณซึ่งอยู่ในวัยใช้จินตนาการ ต้องการที่จะสร้างผลงานบนผนังบ้าน ทำให้รอบบ้านของคุณเต็มไปด้วยผลงานจิตรกรรมของเด็ก ๆ ซึ่งปัญหาที่พ่อแม่ทุกคนต้องเผชิญเหล่านี้ จะมีวิธีแก้ไขอย่างไรได้บ้าง กระปุกดอทคอมมีตัวช่วยเด็ด ๆ ที่จะทำให้คุณแปลกใจกับความสามารถในการลบร่องรอยดินสอสีบนผนังให้หายไปราว กับเวทย์มนต์ แถมยังเป็นอุปกรณ์ที่สามารถหาได้ทั่วไปอีกด้วย เราลองไปดูกันเลยดีกว่า ว่าวิธีลบคราบดินสอสีออกจากผนังจะต้องทำอย่างไร และใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง

  1. ไดร์เป่าผมและน้ำยาล้างจาน

          ไดร์เป่าผมและน้ำยาล้างจาน เป็นอุปกรณ์ที่หาได้ง่าย ๆ ในบ้าน ซึ่งคุณสามารถหยิบมาใช้จัดการกับดินสอสีบนฝาผนังได้อย่างง่ายดาย โดยการใช้ความร้อนจากไดร์เป่าผม เป่าคราบบนผนัง จากนั้นตามด้วยการใช้น้ำยาล้างจานชุบผ้าแล้วมาเช็ดรอยเปื้อน ค่อย ๆ ถูจนคราบดินสอสีจางลง เท่านี้ปัญหาอันยุ่งยากกวนใจผนังก็หมดไป

  2. น้ำมันครอบจักรวาลอเนกประสงค์หรือ WD-40

          สะดวก รวดเร็ว ทันใจ และง่ายต่อการกำจัดคราบดินสอสี เพียงแค่คุณพ่นน้ำมัน WD-40 ไปบนผนังแค่นิดเดียวเท่านั้น แล้วตามด้วยการใช้กระดาษทิชชู มาเช็ดตามคราบดินสอสี หากยังไม่ออกให้ทำแบบเดิมซ้ำอีกครั้ง จนกว่าคราบดินสอสีบนผนังเหล่านั้นก็จะหายไป

  3. ฟองน้ำมหัศจรรย์ (Magic Sponge)

          ฟองน้ำมหัศจรรย์ (Magic Sponge) หลากหลายยี่ห้อ ซึ่งมีขายอยู่ตามซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ ๆ ร้านขายอุปกรณ์ในบ้าน หรือตามอินเทอร์เน็ต จะช่วยให้ฝีมือศิลปะบนผนังของลูก ๆ หมดไปด้วยการใช้ฟองน้ำนี้ในการเช็ดถูบริเวณผนังที่เป็นรอยดินสอสี หรือสีเทียน ค่อย ๆ ทำจนกว่าร่องรอยจะจางหมดไป ก็เหมือนได้ผนังใหม่แล้วล่ะ

   4. แปรงสีฟัน

          หากตื่นขึ้นมาแล้วต้องพบกับคราบดินสอสีบนผนังที่เด็ก ๆ ทำเลอะเอาไว้อย่างไม่ได้เตรียมตัว อุปกรณ์กำจัดคราบดินสอสีที่หาได้ง่ายและสะดวกที่สุดก็คือ แปรงสีฟัน โดยการนำแปรงสีฟันมาลบรอยคราบดินสอสีบนผนังโดยการจุ่มน้ำแล้วขัดเบา ๆ จนคราบหลุดออก

  5. เบกกิ้งโซดา

          เบกกิ้งโซดา ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการทำอาหารนี่แหละ ที่สามารถช่วยคุณกำจัดศิลปะผลงานของลูก ๆ ของคุณได้อย่างง่ายดาย โดยเบกกิ้งโซดาสามารถใช้งานได้เหมือนยางลบทั่วไป เพียงแค่นำผงเบกกิ้งโซดามาถู ๆ บริเวณคราบที่มี อาจใช้ร่วมกับแปรงสีฟันจะยิ่งช่วยให้ทำความสะอาดง่ายขึ้นค่ะ

6. มายองเนส

          ของรอบตัวที่เหลือใช้สามารถเป็นผู้ช่วยชีวิตลบคราบดินสอสีบนผนังได้อีกอย่าง ก็คือ มายองเนส แค่เพียงคุณป้ายมายองเนสตรงส่วนที่มีคราบเพียงไม่กี่ครั้ง จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามอีกที คราบที่มีก็จะจางลงได้แล้ว

  7. ยางลบดินสอ

          และแน่นอนคราบดินสอสีบนผนังที่่ลูก ๆ ของคุณได้ใส่จินตนาการลงไปนั้น วิธีที่แก้ง่ายที่สุดก็คือ ยางลบดินสอ เพราะมันเกิดมาเพื่อลบคำผิดจากดินสอ ดังนั้นมันจึงเอามาใช้ลบคราบบนฝาผนังได้สบาย ๆ โดยการนำยางลบมาลบบนคราบดินสอสีที่มีบนผนัง เพื่อให้ร่องรอยเบาบางลง

   8. ฝอยขัดหม้อ

          ฝอยขัดหม้อไม่ได้มีเพียงไว้ขจัดคราบบนภาชนะเท่านั้น ในเมื่อฝอยขัดหม้อสามารถล้างคราบสกปรกที่อยู่บนจานได้แล้ว และแน่นอนว่ามันสามารถขจัดคราบดินสอสีบนฝาผนังได้ด้วย เพียงแค่คุณนำฝอยขัดหม้อขจัดรอยคราบไปในทิศทางเดียวกัน แค่นั้นคราบดินสอสีก็จะหมดไป แต่ห้ามขัดเป็นวงกลมบนผนังนะคะ เพราะจะทำให้ผนังเกิดรอยด่างจนต้องหาสีมาทาใหม่ให้วุ่นวายไปอีก

  9. น้ำส้มสายชู

          อีกหนึ่งอุปกรณ์การทำอาหารที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ก็คือ น้ำส้มสายชู เพียงแค่นำแปรงสีฟันไปชุบน้ำส้มสายชูเพียงเล็กน้อย แล้วนำมาเช็ดบริเวณที่มีรอยเปื้อน และล้างน้ำตาม เพียงแค่นั้นปัญหาทุกอย่างที่ลูก ๆ ของคุณได้ก่อไว้ก็จะหมดไปแล้ว

  10. เบบี้ออย

          ใช่แล้วล่ะ เบบี้ออยสำหรับบำรุงผิวนี่แหละ ที่จะทำให้ผนังบ้านกลับมาสะอาดใสเหมือนผิวของคุณได้เลย โดยการนำเศษผ้าไปชุบกับเบบี้ออยแล้วนำไปลบคราบบนผนัง เพียงเท่านั้นผนังของคุณจะกลับมาสะอาดใสอีกครั้ง


          ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมคะ ว่าจะหาสิ่งรอบตัวหรือของเหลือใช้ต่าง ๆ จะทำให้คุณประหลาดใจที่สามารถแก้ปัญหาคราบดินสอสีบนผนังได้ รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมลองนำไปทำตามกันดูนะจ๊ะ


http://home.kapook.com/view95879.html

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วิธียาแนวห้องน้ำ แก้ปัญหาคราบดำบนร่องกระเบื้อง


         ห้องน้ำที่ใช้งานมานาน ย่อมเกิดปัญหาการเสื่อมสภาพลงบ้างตามกาลเวลา โดยเฉพาะยาแนวห้องน้ำที่มักหลุดร่อนออกมาก่อนใครเพื่อน จนทำให้ร่องกระเบื้องกลายเป็นคราบสีดำดูสกปรกไม่น่ามองเหมือนเดิม และสำหรับใครที่ไม่อยากจ้างช่างยาแนวห้องน้ำให้เปลืองงบ เรามีวิธียาแนวห้องน้ำด้วยตัวเองมาฝากค่ะ


อุปกรณ์ที่ต้องใช้

           เครื่องมือขูดร่องกระเบื้อง
           เกรียง
           ปูนยาแนว (ชนิดกันเชื้อรา)
           ฟองน้ำ
           ถังผสมปูน
           ถุงมือยาง


วิธียาแนวห้องน้ำ

           1. ใช้เครื่องมือขูดร่องกระเบื้องที่มีขายทั่วไปตามร้านอุปกรณ์ก่อสร้าง หรือถ้าไม่อยากเสียเงินซื้ออาจใช้คัตเตอร์ที่ใบมีดแข็งแรงหน่อยมาขูด ร่องกระเบื้องเพื่อเอายาแนวเดิมออกให้หมด โดยพยายามขูดให้ลึกเท่ากับความหนาของกระเบื้อง

           2. ล้างทำความสะอาดร่องกระเบื้องที่ถูกขูดยาแนวออกจนหมด จากนั้นทิ้งไว้รอให้แห้ง

           3. ผสมยาแนวเข้ากับน้ำสะอาด จนเป็นครีมเหนียวข้น และทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที เพื่อให้สารเคมีบ่มตัว และในระหว่างใช้ควรกวนยาแนวเป็นระยะเพื่อให้ไม่แห้งแข็ง

           4. สวมถุงมือ จากนั้นใช้เกรียงปาดยาวแนวไปตามร่องกระเบื้องให้เต็ม ทำไปเรื่อย ๆ จนครบทุกแผ่น และหมั่นใช้ฟองน้ำชุบน้ำเช็ดคราบยาแนวบนผิวกระเบื้องออกเป็นระยะ เพราะถ้ายาแนวแห้งแข็งบนแผ่นกระเบื้องจะทำความสะอาดได้ยาก

           5. เมื่อทำจนครบทั่วห้องน้ำแล้ว ก็ทิ้งเอาไว้ประมาณ 6 ชั่วโมงขึ้นไป เพื่อให้ยาแนวแห้งสนิท จากนั้นจึงลงมือเช็ดถูทำความสะอาดคราบให้หมด ก็เป็นอันเสร็จสิ้น


          ได้รู้จักกับวิธียาแนวห้องน้ำแบบง่าย ๆ กันไปแล้ว ลองลงมือทำด้วยตัวเองกันดูนะคะ รับรองว่าจะประหยัดเงินลงได้มากเลยทีเดียว คราวหลังถ้าห้องน้ำเกิดยาแนวหลุดร่อนอีก ก็สามารถจัดการปัญหาด้วยตัวเองได้แบบสบาย ๆ เลยจ้า


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
bongshoo.blogspot.com
, thetreetouch.com

http://home.kapook.com/view70634.html

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

‘กระเบื้องระเบิด’ ภัยเงียบทำร้ายบ้านไม่รู้ตัว


คุณเคยสังเกต บ้านตัวเองไหม ว่าทำไมเมื่อเราเดินอยู่ที่บ้านถึงเจออาการพื้นกระเบื้องไม่เท่ากัน พอปล่อยทิ้งเอาไว้นานวันกลับเจอกระเบื้องระเบิดเพิ่มขึ้นกว่าเก่า ซึ่งเป็นปัญหาน่ารำคาญใจที่เกิดจากช่างปูกระเบื้องผิดวิธี

แต่รู้ หรือไม่ว่า ที่จริงแล้วเราสามารถนำปูนกาวไปซ่อมแซมได้ด้วยตัวคุณเอง วันนี้เราจึงนำวิธีการใช้ปูนกาวซ่อมแซมกระเบื้องที่ระเบิด เพื่อให้กระเบื้องที่สวยงามของคุณกลับเข้าสู่บ้านคุณกันอีกครั้งครับ 





การผสมปูนกาวเปลี่ยนกระเบื้องด้วยตัวเอง

1. เตรียมกระเบื้องเฉดสีเดิมตามพื้นที่เราจะซ่อมแซม และปัดทำความสะอาดฝุ่นให้เรียบร้อย

2. เตรียมอุปกรณ์เกรียงหวี (ใช้ปาดกาวซีเมนต์) เครื่องมือสกัดกระเบื้อง และปูนกาวสูตรเหมาะกับประเภทกระเบื้องที่ใช้งาน เช่น การปูแบบกระเบื้องแผ่นเล็กใช้ปูนกาวอินทรี ไทล์ฟิกซ์ พลัส เบอร์ 41หรือ ปูกระเบื้องแผ่นใหญ่ด้วยปูนกาวอินทรี ไทล์ฟิกซ์ พลัส เบอร์ 42ช่วยให้ฉาบลื่น ยึดเกาะดี กระเบื้องไม่ไหลตัว

3. สกัดกระเบื้องทีละแผ่นที่มีรอยแตกร้าวออก (สกัดให้ลึกเท่ากับความหนาของกะเบื้องเผื่อไปครึ่งซม.)



4. ผสมปูนกาวปูกระเบื้องที่เลือกไว้กับน้ำตามสัดส่วน ทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นปาดปูนให้เต็มบริเวณให้ทั่วอย่าให้เหลือช่องว่าง และใช้เกรียงหวีปาดทำล่องเพื่อให้กระเบื้องยึดเกาะติดทนได้เต็มแผ่น

5. วางกระเบื้องลงบนปูนกาวปรับระดับให้ได้ระดับเดียวกับระดับกระเบื้องเดิม แล้วอย่าลืมเว้นที่เผื่อสำหรับลงยาแนวด้วยนะครับ ทิ้งไว้ 24 ชม.ก็ยาแนวได้เลย



ง่ายๆแค่นี้ คุณก็ซ่อมกระเบื้องเองได้ ไกลปัญหาเรื่องกระเบื้องระเบิดแล้วครับ




โพสต์โดย terdjai เมื่อ 30 พ.ย. 57 13:00:23
http://world.kapook.com/pin/547ab27738217a8e12000001

วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2559

เคล็ดลับดูแลผนังทาสีให้สวย ด้วยเทคนิคสุดแจ่ม


         ผนังห้องที่เคยทาสีไว้อย่างสวยงาม อาจมีปัญหารอยเลอะเทอะเปรอะเปื้อนให้ต้องกลุ้มอกกลุ้มใจก็เป็นได้ เพราะบางครั้งคราบสกปรกที่รอยต่าง ๆ ก็ทำให้ผนังดูเก่าพาให้ห้องนั้นดูโทรมไม่น่ามองไปเลยก็ได้ ถ้าหากคุณอยากให้สีที่ทาผนังห้องยังคงความคงทนอยู่เสมอ กระปุกดอทคอมมีวิธีดูแลสีผนังมาฝากกันจ้า


 1. เรียนรู้วิธีกำจัดรอยเปื้อน

           อย่าเพิ่งตกใจเวลาที่กำแพงเกิดรอยเปื้อนไม่น่ามอง เพราะคุณสามารถกำจัดรอยน่าเกลียดนั้นได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง โดยเริ่มจากใช้ฟองน้ำชุบน้ำยาล้างจานผสมน้ำเล็กน้อยมาเช็ดเบา ๆ และถ้าหากยังไม่ออกอีก อาจลองผสมสบู่เหลวเข้าไปด้วยก็ได้ อย่างไรก็ดี จำไว้ด้วยล่ะว่าต้องเบามือเข้าไว้ ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดผนังเสียหายขึ้นมาจะต้องมาเสียใจเอาทีหลังนะ หากเช็ดทันทีหลังจากเกิดรอยเปื้อนก็ยิ่งดี เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้คราบจะยิ่งติดทนจนเช็ดออกยากขึ้นอีก


2. เลือกทำความสะอาดให้ถูกวิธี


           คราบเปื้อนตามกำแพงอย่าง พวกไวน์หรือซอสมะเขือเทศ เพียงแค่ใช้ฟองน้ำชุบน้ำพอหมาดเช็ดออกเบา ๆ ก็เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าหากเป็นคราบที่มีความมันผสมอยู่ด้วยอย่าง รอยลิปสติก หรือสีเทียน จะกำจัดออกยากว่าเสียหน่อย จึงจำเป็นต้องใช้สบู่เหลวหรือน้ำยาล้างจานเข้าช่วย


3. ป้องกันร่องรอยตั้งแต่เนิ่น ๆ


           แทนที่จะมาโวยวายเอาตอนที่กำแพงเกิดรอยขีดข่วนน่าเกลียดไปแล้ว ก็ป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์อย่างระมัดระวังหน่อยดีกว่านะคะ ด้วยการติดขอบยางไว้ตามมุมของเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เช่น โต๊ะหนังสือ เพื่อที่เวลาเสียดสีจะได้ไม่เกิดร่องรอยบนกำแพง นอกจากนี้เวลาจะแขวนรูปก็ควรติดตะขอสำหรับแขวนสัก 2 อันขึ้นไปด้วย รูปจะได้ไม่สั่นไหวไปมาจนหลุดได้ง่ายและสร้างร่องรอยบนกำแพงให้กวนใจ


4. ใช้เครื่องดูดฝุ่นอย่างระมัดระวัง


           เข้าใจดีว่ามันก็ต้องมีการทำความสะอาดกันบ้าง เพราะคงไม่มีใครอยากให้บ้านตัวเองเต็มไปด้วยหยากไย่รกเต็มกำแพงหรอกจริงไหม ซึ่งหลาย ๆ คนก็คงเลือกวิธีทำความสะอาดที่สะดวกรวดเร็วอย่างการใช้เครื่องดูดฝุ่นอยู่ แล้ว แต่ขอแนะนำเสียหน่อยว่าถ้าจะใช้เครื่องดูดฝุ่นก็ควรติดแปรงตรงปลายไว้ ระหว่างทำความสะอาดด้วยดีกว่า เพราะมันจะช่วยให้ผนังของคุณสะอาดขึ้นได้โดยไม่มีรอยขีดข่วน


5. ทาสีให้ติดทนทานแต่แรก

           หลาย ๆ คนที่ไม่มีประสบการณ์ทาสีมาก่อนมักทาสีลงบนกำแพงทันที โดยไที่ไม่ทำความสะอาดให้เรียบร้อยเสียก่อน ซึ่งการทำแบบนี้ถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างจังเลยทีเดียว เพราะถ้าคุณทาสีทั้งอย่างนั้น สีก็จะไปติดอยู่ตามคราบฝุ่นซึ่งทำให้สีที่คุณทาเกิดรอยตะปุ่มตะป่ำ หรือหากเศษฝุ่นหลุดออกก็จะเกิดรอยโหว่ไม่สม่ำเสมอ จนกลายเป็นผนังที่ไม่น่ามอง ดังนั้นการทำความสะอาดก่อนทาสีจึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากทีเดียวจ้า

           ทั้งนี้ คุณควรรู้ไว้ด้วยว่ายิ่งสีสว่างเท่าไหร่ก็จะยิ่งผสมลาเท็กซ์โพลีเมอร์ซึ่ง ช่วยป้องกันคราบเปื้อนเลอะเทอะได้ไว้มากขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นลองเอาสีพวกนี้ไปแต่งห้องที่เลอะได้ง่าย อย่างห้องครัว หรือห้องนอนเด็ก ดูก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวเหมือนกันนะคะ



วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2559

5 จุดสำคัญของบ้านที่คุณไม่ควรมองข้าม



        ถึงแม้บ้านของคุณจะมีราคาสูง ลิบลิ่วขนาดไหน แต่วัสดุต่าง ๆ ที่ใช้สร้างบ้านก็ต้องเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาเหมือน ๆ กัน ซึ่งถ้าหากคุณปล่อยปละละเลยไม่ใส่ใจดูแลบ้าน ปัญหาจากจุดเล็ก ๆ ก็อาจจะลุกลามจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ ซึ่งตอนนั้นคุณอาจจะต้องใช้เงินที่คุณเก็บมาทั้งชีวิตไปกับการซ่อมแซมบ้านก็ ได้ ดังนั้นก่อนที่บ้านของคุณจะทรุดโทรมลง เรามาดูแลบ้านกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ดีกว่า โดยเริ่มจาก ..


1.
ฐานของบ้าน

         
เมื่อดินใต้ฐานบ้านเกินการขยายและยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว เป็นสาเหตุที่ทำให้ฐานของบ้านคุณเกิดรอยร้าวได้ง่าย ฉะนั้นคุณจึงควรสังเกตรอยร้าวอยู่เสมอ ซึ่งรอยร้าวเหล่านี้ทำให้น้ำซึมเข้าไปทำลายโครงสร้างของบ้านได้ คุณจึงควรอุดรอยร้าวเหล่านี้ ด้วยการเซาะปูนบริเวณที่มีรอยร้าวออก ให้กว้างประมาณ 3 - 5 เซนติเมตร และลึกประมาณ 1 - 2 เซนติเมตร จากนั้นก็โบกปูนใหม่ทับลงไป แค่นี้น้ำก็ซึมเข้าสู่โครงบ้านไม่ได้แล้วค่ะ

2.
ใต้อ่างล้างจาน

         
คุณลองเปิดน้ำทิ้งไว้ แล้วลองดูนะคะว่ามีน้ำซึมน้ำรั่วตรงไหนบ้างหรือเปล่า ส่วนมากน้ำจะรั่วตรงรอยข้อต่อ มีวิธีเช็คง่าย ๆ โดยใช้กระดาษทิชชู่พันตรงรอยข้อต่อ ถ้าทิชชู่เปียกแสดงว่าตรงนั้นมีน้ำรั่วแล้วล่ะ แต่คุณก็ไม่ต้องตกใจไปนะคะ เพราะคุณสามารถซ่อมเองได้ง่าย ๆ เริ่มจากปิดก๊อกน้ำให้สนิท เช็ดบริเวณรอบรั่วนั้นให้แห้ง จากนั้นก็ใช้กาวอีพ็อกซี่ หรือกาวสารพัดประโยชน์ ทาบริเวณรอยแตก และใช้เทปพันรอบรอยแตกหนึ่งรอบ แล้วทากาวทับอีกรอบนึง เมื่อกาวแห้งแล้ว ก็เปิดน้ำอีกครั้งเพื่อไล่อากาศออกจากท่อ คราวนี้คุณก็ใช้อ่างล้างหน้าได้อย่างสบายใจแล้วล่ะ

3.
รางน้ำ

         
โดยเช็คตั้งแต่ช่องระบายน้ำเลยว่า มีขยะอุดตันทางระบายน้ำ และมีขยะกีดขวางทางน้ำไหลในรางน้ำหรือไม่ เพราะถ้าหากรางน้ำรับน้ำหนักมากเกินไป รางก็อาจจะรั่วและพังลงมาได้ ฉะนั้นคุณควรทำความสะอาดรางน้ำอย่างน้อยปีละครั้ง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมรอบ ๆ บ้านของคุณด้วยว่ามีเศษใบไม้ เศษขยะเยอะหรือเปล่า ซึ่งถ้ามีรอยน้ำรั่วก็ใช้ซิลิโคนยิงบริเวณรูรั่ว หรือแผ่นปะรอยรั่วเพื่อซ่อมแซม

4.
พื้นไม้
   
         
ถ้าหากคุณปูพื้นไม้บริเวณระเบียง หน้าประตู หรือดาดฟ้า ก็ควรหมั่นดูแลรักษาบ่อย ๆ เพราะไม้ที่โดนแดดโดนลมเป็นประจำนั้น จะเกิดเชื้อราได้ง่าย ดังนั้นคุณควรมีน้ำยากำจัดเชื้อราติดบ้านเอาสักขวดสองขวด เพื่อกำจัดเชื้อราก่อนที่ลุกลามเข้าไปในบ้าน และถ้าหากบริเวณนั้นมีแผ่นไม้ผุกร่อน หรือแตกหัก ก็ควรจะซื้อแผ่นใหม่มาเปลี่ยน ถึงแม้สีไม้แผ่นใหม่จะดูแตกต่างจากของที่คุณมีอยู่ แต่แสงแดดและลมก็จะทำให้ไม้แผ่นใหม่ดูกลมกลืนไปกับไม้แผ่นเก่าเองแหละค่ะ

5.
ผนังบ้านด้านนอก

         
เมื่อเวลาผ่านไปหลาย ๆ ปี สีของผนังบ้านก็เกิดการหลุดร่อน ถ้าคุณอยากจะทาสีใหม่ก็ควรลอกสีเก่าออกให้หมดซะก่อน จากนั้นก็ลองดูว่าผนังบ้านของคุณใช้วัสดุอะไร หากผนังบ้านของคุณเป็นผนังไม้ ก็ควรขัดด้วยกระดาษทรายซะก่อน จากนั้นก็ปัดฝุ่นผงออกไปให้หมด แล้วลงสีรองพื้นเพื่อกันเชื้อรา สุดท้ายก็ค่อยทาสีจริงเป็นขั้นตอนสุดท้าย ส่วนบ้านที่เป็นผนังปูนก็ควรปะรอยแตกร้าวก่อน จากนั้นจึงค่อยทำความสะอาดขัดเอาเศษปูนออกให้หมด แล้วลงสีรองพื้น ตามด้วยสีที่ต้องการอีกสองครั้ง แค่นี้บ้านของคุณก็จะสวยขึ้นเหมือนบ้านใหม่เลยล่ะ

         
นี่ก็เป็นเพียง 5 จุดหลัก ๆ ที่คุณควรจะดูแลและหมั่นตรอจสอบให้ดี ๆ เพื่อป้องกันความเสียหายในเบื้องต้นและป้องกันอุบัติเหตุที่จะตามมาด้วยนะคะ รู้แบบนี้แล้วก็ควรรีบลงมือทำซะตั้งแต่ตอนนี้เลย เพื่อบ้านที่สวยงาม ปลอดภัย และมีอายุการใช้งานไปได้อีกนาน ๆ